About LilianHolloway

Here are my most recent posts

แรงปรารถนา
Posted in นิยายทั่วไป

แรงปรารถนา

แรงปรารถนา

แรงปรารถนา สุอาภากลับไปบ้านตัวเองในคืนนั้นเลย พอไปถึงก็โผเข้ากอดนพร้องไห้อย่างหยุดไม่ได้ นพ บวร และต่ายที่กำลังดูทีวีกันเพลินๆ ต่างตกใจ แปลกใจ ส่วนพิทยา พอตั้ง“ทำไมไอ้แตร้องไห้กลับไปที่บ้าน” พิทยาตกใจถามว่าเธอร้องไห้ “ก็เออสิวะ แกทำอะไรมัน” “ผมไม่ได้ทำอะไรเลยนะครับ เรานัดกัน แต่ว่าผมไปเลท พอไปถึงก็ไม่เจอคุ“ผมไม่กลับ จนกว่าคุณจะบอกว่าเป็นอะไร ออกมาคุยกับผมหน่อยสิครับ…คุณแต สุอาภาเช็ดน้ำตา มองแหวนแต่งงาน
ทั้งสองมองหน้ากันอย่างไม่เข้าใจ แล้วพิทยาก็ไปกับบวร ไปเคาะประตูห้องนอนสุอาภาที่เจ้าตัวยังนอนร้องไห้อยู่ พอรู้ว่าพิทยามาเคาะประตูก็ไล่ให้เขากลับไปเสีย

สุอาภาแล้ว เราก็ยังรักกันไม่ใช่หรือ แล้วซุกไซ้โลมเล้าเขาอย่างรุ่มร้อน จนพิทยาตกใจถามว่าจะทำอะไร เธอพูดเสียงกระสันว่า “ทำอย่างที่คนรัก…เขาทำกันยัง

ภูวดลไม่พอใจที่รวีพรรณไปหาพิทยาอีก ยิ่งใกล้วันแต่งงานก็ยิ่งเข้มงวด ส่งคนขับรถมาเฝ้าเธอที่บ้านจนเธอขยับไปไหนไม่ได้เลย เธอแทบเป็นบ้าที่ถูกควบ

รวีพรรณดีใจมาก หาอุบายสลัดไปจากช่างแต่งหน้า พอออกมาเข้าลิฟต์ก็ทำเป็นนึกได้บอกว่าลืมต่างหูไว้ในห้องน้ำให้ช่วยไปเอาให้ที ช่างแต่งหน้าพาซื่อรีบไปเอาให้

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.thairath.co.th

 …

 แรงเงา 2
Posted in Uncategorized

แรงเงา 2

 แรงเงา 2

 แรงเงา 2 แต่ยังไงก็ตามทั้งสองก็ยังประนีประนอมในความรัก ไม่ว่าจะมีปัญหาอะไรก็ตาม

อาการป่วยเป็นอัมพาตของ นพนภา เริ่มหายเป็นปกติแต่ก็ยังเดินไม่คล่องเท่าไหร่ เธอกลับมามอีอำนาจในบ้านตามเดิม นพนภาเธอโกรธมากที่ เจนภพ พาลูกสาวอย่าง ต้อม ไปเรียนต่อที่อังกฤษ แถมยังลาออกจากราชการ นพนภาเธอไม่อยากจะเชื่อเลย และเธอนั้นยังคิดว่าเจนภพหนีเธอไปเพราะเธอเป็นอัมพาต เรื่องเดียวที่นพนภานั้นไม่แย้งคือ ต่อ และ ก้อง คู่รักที่อยู่ในบ้าน เพราะก้องเป็นคนที่ฝึกกายภาพและบำบัดนพนภา อีกทั้งยังมีมุนินทร์ที่ต่างก็รักใคร่กันเป็นอย่างดี เรื่องวุ่นๆเกิดขึ้นก่อนถึงวันแต่ง เมื่อ นางพิณ เมื่อของมุนินทร์ได้เข้ามาจัดการเรียกค่าสินสอดเพิ่มขึ้นเกินเหตุ และงานนั้นก็ต้องจัดแบบอลังการตามค่านิยม งานนี้นางพิณมีปากเสียงกับนพนภาซึ่งเป็นแม่งานแทน สร้อยคำ วีกิจและมุนินทร์พยายามที่จะไกล่เกลี่ยให้ผู้ใหญ่ทั้งสองนั้นไม่มีความบาดหมางกัน

เมื่อถึงวันแต่งงานของทั้งสอง แขกเริ่มมากันอย่างพร้อมหน้าพร้อมตา แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าในงานมี รัชนก ปรากฏตัวขึ้นในฐานะแขกวีไอพี โดยมีพวกสมุนมาทั้งทีม ทั้งประพงส์ ศักดิ์ชาย และลูกน้องอาวุธครบมือ ปิดห้องงานเลี้ยงและเข้ามาอวยพรให้วีกิจและมุนินทร์ได้ครองรักกันไปจน “วันตายขณะที่ทั้งคู่ใหม่ปลามันกำลังไปฮันนีมูน มุนินทร์ได้ขับรถชนเด็กสาวคนหนึ่งอย่าง ฤทัย เป็นเหตุให้ทริปฮันนีมูนทั้งคู่ต้องล้มเลิกไป จากอุบัติเหตุทำให้ฤทัยสลบไป แต่เมื่อเธอฟื้นขึ้นมาเธอกลับจำอะไรไม่ได้เลย มุนินทร์จำเป็นต้องรับภาระดูแลเพราะต้องรับผิดชอบ วีกิจและมุนินทร์ตัดสินใจรับอุปการะฤทัยจนกว่าจะจำความได้

การตัดสินของทั้งคู่ ทำให้คนรอบข้างต่อต้าน โดยเฉพาะนพนภาที่มองว่าฤทัยน่าจะมาไม่ดี แต่ก็ห้ามความเป็นมนุษยธรรมของวีกิจและมุนินทร์ไม่ได้ ฤทัยอากาศเริ่มดีขึ้น แต่บางครั้งเธอก็มีอาการแปลกทางจิตจนทำให้วีกิจต้องเข้าไปปลอบฤทัยให้คลายความกลัวอยู่บ่อยๆ ซึ่งฤทัยจะกอดวีกิจแน่นไม่ปล่อย และมีท่าทีเย้ายวนทางเพศสัมพันธ์กับวีกิจอยู่บ่อยครั้งเมื่ออยู่ลับหลังมุนินท

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

 …

บ่วงรัก
Posted in นิยายทั่วไป

บ่วงรัก นิยายต้นฉบับ

บ่วงรัก นิยายต้นฉบับ

บ่วงรัก ธานินทร์ เลิศชัยวัฒน์ (สันติสุข พรหมศิริ) จำเป็นต้องแต่งงานกับ อังคณา (สินจัย เปล่งพานิช) เพื่อกอบกู้ฐานะของครอบครัว จนมีลูกชายหญิงด้วยกันสองคนคือ ชนะศึก (ธนทัต ชัยอรรถ) และ ชนกนันท์ (รุจิภาส ก่อเกียรติ) แต่ธานินทร์ไม่มีความสุขเลย เพราะอังคณามีอุปนิสัยและการใช้ชีวิตตรงกันข้ามกับธานินทร์ทุกอย่าง และตลอดเวลายี่สิบกว่าปีที่ผ่านมา ธานินทร์ยังคงฝังใจอยู่กับคนรักเก่าของเขา ที่ถูกพรากไปเพราะความแตกต่างทางชนชั้น

พรรณี (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) มีลูกชายหญิง 2 คน คือ เพชรแท้ (ชัยพล จูเลี่ยน พูพาร์ท) และ พิณทอง (เต็มฟ้า กฤษณายุธ) พ่อของเด็กทั้งสองเสียชีวิตไปนานแล้ว ทิ้งให้สามแม่ลูกต้องปากกัดตีนถีบเพื่อหาเลี้ยงปากท้อง แต่ด้วยความรักที่ทั้งสามมีต่อกัน ทำให้ครอบครัวที่ยากจนของพรรณีมีแต่ความสุข โดยมี ป้าสำอางค์ (วิยะดา อุมารินทร์) และ ผึ้ง (พัสกร พลบูรณ์) เป็นเพื่อนบ้านที่คอยช่วยเหลือในยามที่มีปัญหา

พิณทองได้เข้าไปทำงานที่บริษัทของธานินทร์ เธอทำงานผิดพลาดโดยไม่ตั้งใจ แต่กลับถูกชนะศึกไล่ออก แต่ธานินทร์ได้เห็นประวัติของพิณทองจึงรับเธอกลับเข้ามาทำงานใหม่ แถมยังเลื่อนตำแหน่งให้ ทำให้ชนะศึกไม่พอใจและทำให้ เรืองโรจน์ (อาณัตพล ศิริชุมแสง) เลขาฯ ส่วนตัวของธานินทร์สงสัย

เรืองโรจน์รายงานเรื่องพิณทองให้อังคณารู้ อังคณาเข้าใจว่าธานินทร์มีความสัมพันธ์กับพิณทองฉันชู้สาวจึงตามมารังควานถึงบ้าน ชนะศึกปกป้องพิณทองด้วยความสงสาร แต่การณ์กลับกลายเป็นว่า ที่ธานินทร์แอบช่วยเหลือพิณทอง เพราะพรรณีแม่ของพิณทองเป็นคนรักเก่าที่ธานินทร์รักอย่างสุดหัวใจ ทำให้อังคณายิ่งแค้นใจมาก

อังคณาตอบโต้พรรณีด้วยการใส่ความเพชรแท้ เพชรแท้ถูกตำรวจไล่ล่า ครอบครัวของพรรณีต้องหนีหัวซุกหัวซุน พิณทองต้องพยายามตัดใจจากชนะศึก แม้ว่าจะรักเขามากเพียงใดก็ตาม ธานินท์รู้ว่าอังคณาเป็นคนบงการอยู่เบื้องหลัง จึงโกรธถึงขั้นขอหย่า แต่อังคณาไม่ยอม

ธานินทร์กลุ้มใจจนอาการป่วยด้วยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะสุดท้ายของเขากำเริบ ธานินทร์เจ็บปวดทรมานมาก แต่ไม่ยอมบอกใครว่าตนกำลังจะตาย พรรณีหมดหนทางที่จะช่วยเพชรแท้ จึงไปสารภาพความจริงกับธานินทร์ว่า เพชรเป็นลูกชายแท้ ๆ ของเขา ธานินทร์ขอร้องให้ชนะศึกช่วยเพชรแท้จนพ้นคดี เพราะเพชรแท้คือลูกชายอีกคนของเขา ชนะศึกตกใจมากแต่ก็ต้องยินยอม

เพชรแท้พ้นโทษออกมา และได้รู้ความจริงทั้งหมด แต่ด้วยความโกรธ ทำให้เพชรแท้ไม่ยอมรับธานินทร์เป็นพ่อ ธานินทร์รู้ว่าตนเองมีเวลาเหลืออีกไม่นาน จึงคิดจะทำพินัยกรรมแบ่งสมบัติให้กับเพชรแท้ด้วย อังคณารู้เรื่องราวทั้งหมด ด้วยความแค้น เธอจึงร่วมมือกับเรืองโรจน์วางแผนฆ่าธานินทร์และป้ายความผิดให้กับเพชรแท้

ธานินทร์เสียชีวิตในกองไฟ ในขณะที่เพชรแท้โดนข้อหาพยายามฆ่าธานินทร์เพื่อชิงสมบัติ พรรณีและพิณทองจะหาทางช่วยเพชรแท้ได้หรือไม่ และชนะศึกจะรู้เบื้องหลังความเลวร้ายของอังคณาได้อย่างไร? ติดตามได้ใน ละครบ่วงรัก ออกอากาศทุกวันจันทร์ – พฤหัสบดี เวลา 20.25 น. ทางช่อง 5 ละครบ่วงรัก เริ่มตอนแรกวันอังคารที่ 30 ตุลาคม

ขอบคุณแหล่งที่มา https://drama.kapook.com

 …

นิยายไม่สิ้นไร้ไฟสวาท
Posted in นิยายทั่วไป

นิยายไม่สิ้นไร้ไฟสวาท

   นิยายไม่สิ้นไร้ไฟสวาท

นิยายไม่สิ้นไร้ไฟสวาท  ไม่สิ้นไร้ไฟสวาท เริ่มขึ้นด้วยความแค้นอาฆาตพยาบาทของ ปฐวี (ตุ้ย-ธีรภัทร์ สัจจกุล) ซึ่งมีต่อ ชิดชงค์(ตฤณ เศรษฐโชค) ที่ทำให้พ่อของเขาฆ่าตัวตายและครอบครัวก็ต้องล่มสลาย เขาจึงต้องการล้างแค้นเอาคืนกลับครอบครัวและชีวิตของชิดชงค์เช่นกัน เขาเลยท้าพนันกับชิดชงค์ จนชิดชงค์พ่ายแพ้และ

เหตุการณ์ในอดีตของปฐวีที่คอยตามหลอกหลอนเขา ทำให้เขาเป็นโรคนอนไม่หลับ ฝันร้ายตลอด ปฐวีเลยต้องได้รับการรักษา โดยมีแพรวา(น้ำหวาน-กรรณาภรณ์ พวงทอง) จิตแพทย์สาวสวย เขามารักษาด้วยความใกล้ชิดทำให้แพรวาตกหลุมรักปฐวี ในขณะเดียวกันข่าวการตายของชิดชงค์ได้แพร่สะพัดไปตามสื่อ เมื่อ ธวัชพงศ์ (เอ-เอกราช กฤตสิริทิตย์)นักข่าวหนังสือพิมพ์ เขาต้องการทำสกู๊ปข่าวเกี่ยวกับการตายของชิดชงค์ เพื่อนำมาตีแพร่ให้ผู้อ่านได้รู้ถึงพิษภัยของการพนัน มันทำให้เขาได้ไปสนิทสนมกับชิดชบา จนเกิดเป็นความ

พิธีแต่งงานของปฐวีและโสมสุภางค์จัดใหญ่โต ชิดชบาสวมชุดดำมาร่วมงาน ทำให้แขกเหรื่อแตกตื่น โสมสุภางค์ช็อคเป็นลมเข้าโรงพยาบาล ชิดชบาสะใจมากที่ได้ฉีดหน้าปฐวีได้ หลังจากนั้นโสมสุภางค์ก็ทำทุกอย่างเพื่อให้ชิดชบาทนไม่ได้และออกจากบ้านไป แต่ชิดชบาก็ไม่สนใจ ในขณะเดียวกันดูเหมือนว่าม.ร.ว.อรุณณรงค์เริ่มสนใจในตัวของชิดชบามากขึ้น จน หม่อนจรัสเรือง(อ้อย-กาญจนา จินดาวัฒน์) แม่ของม.ร.ว.อรุณณรงค์ทราบเรื่องไม่พอใจ เลยจับให้ม.ร.ว.อรุณณรงค์ แต่งงานกับ หม่อนเจ้าอุราศรี (ตูน-พิมพ์ปวีณ์ โคกระบินทร์) เพื่อตัดปัญห

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com

เจ้าหญิงนิทา
Posted in นิยายทั่วไป

เจ้าหญิงนิทา ต้นฉบับนิยาย

เจ้าหญิงนิทา ต้นฉบับนิยาย

เจ้าหญิงนิทา ในวันพิธีล้างบาปกำเนิด (Christening) ของเจ้าหญิง นางฟ้าใจดีได้รับเชิญมายังงานนี้ ได้มอบพรวิเศษให้แก่เจ้าหญิง ทั้งความงดงาม ความฉลาดปราดเปรื่อง และพรสวรรค์ทางดนตรี
แต่ชีวิตนั้นมีทั้งดีและร้าย เมื่อมีนางฟ้าใจดี ก็ย่อมมีนางฟ้าใจร้าย นางฟ้าใจร้าย กลับมอบคำสาปมรณะให้แก่เจ้าหญิง คือเมื่อเจ้าหญิงโตเป็นสาวหากเจ้าหญิงถูกเข็มทิ่มนิ้ว เจ้าหญิงจะต้องสิ้นใจตายในทันที
แต่เมื่อนางฟ้าใจดีทราบว่าเจ้าหญิงถูกสาป เธอได้พยายามถอนคำสาปให้แต่เธอช่วยได้เพียง หากเจ้าหญิงถูกเข็มทิ่มเธอจะนอนหลับไป 100 ปี จนกว่าจะได้รับจุมพิตแรก จากคู่ชีวิตของเจ้าหญิง
พระบิดาของเจ้าหญิงเมื่อทราบเรื่องก็สั่งให้ทั้งเมืองทำลายเข็มทิ้งให้หมดเพื่อป้องกันเหตุไม่คลาดฝัน ที่เจ้าหญิงจะถูกเข็มทิ่มแทง
แต่คำสาปร้ายอันดำมืดยังคงตามเจ้าหญิงมา เมื่อเจ้าหญิงอายุได้ 15 ย่าง 16 เจ้าหญิงได้พบกับหญิงชราในหอคอยในปราสาท ที่กำลังปั่นด้ายอยู่ เจ้าหญิงรู้สึกประหลาดใจว่าหญิงชรากำลังทำอะไรอยู่จริงขอลองทำการปั่นด้ายบ้าง ทำให้เจ้าหญิงถูกเข็มทิ่ม
ทำให้คำสาปของแม่มดใจร้าย ครบองค์ ทำให้เจ้าหญิงต้องหลับไหลไป
นางฟ้่าใจดีไม่รู้จะช่วยเจ้าหญิงได้อย่างไร จึงได้เสกให้ทุกคนในวังหลับไหลไปพร้อมๆกับเจ้าหญิง และจะตื่นขึ้นมาพร้อมเจ้าหญิงอีกครั้ง
นางฟ้าใจดีได้เสกป่าหนามขึ้นปกคลุมทั่วทั้่งปราสาท เพื่อป้องกันภัยจากภายที่จะเข้ามาหาเจ้าหญิง หากมีผู้ใดคิดจะบุกรุกเข้าจะต้องตายอย่างอนาภในดงหนามแหลมคม
จากวันเป็นเดือนจากเดือนเป็นปีเวลาล่วงเลยไป 100 ปี เจ้าชายได้ยินเรื่องของเจ้าหญิงนิทราในปราสาทท่ามกลางป่าหนาม
เจ้าชายได้บุกผ่าป่าหนามเข้าสู่ปราสาทได้สำเร็จ เมื่อเจ้าชายมาถึงยังห้องบรรทม เจ้าถึงกับสั่นสะท้านไปทั้งตัวเมื่อเห็นความงามของเจ้าหญิง เจ้าชายคุกเข่าลงบรรจง จุมพิตเจ้าหญิง
เมื่อเจ้าชายได้จุมพิตเจ้าหญิง คำสาปร้ายทั้งปวงกันพลันสลายไป ทั้งเจ้าหญิง ผู้คนในปราสาท ก็ตื่นจากนิทรา ป่าหนามก็เลือนหายไป เจ้าหญิงและเจ้าชายได้ครองรักกันอย่างมีความสุขตลอดไป

ตอนเด็ก นิทานหรือการ์ตูนในดวงใจเพื่อนๆตอนนั้นก็คงจะเป็น Walt Disney ซึ่งสร้างการ์ตูนที่ทำให้ทั่วโลกหลงรัก! เช่น Sleeping Beauty เจ้าหญิงนิทรา ซึ่งในยุคที่เราได้ดูกันนั้น ทุกอย่างจบแบบ?Happy Endding ใช่ไหมหล่ะ!! แต่ความจริงแล้วใครจะรู้ว่า ต้นฉบับดั้งเดิมนั้น มันโหดร้ายมากๆๆเลยทีเดียว !!!!

Sleeping Beauty เจ้าหญิงนิทรา ยุคถูกเรียบเรียงและเสริมแต่ง ตัดทอนลง ?โดยพี่น้องตระกูลกริมม์ (Brothers Grimm) นิทานเรื่องนี้ถูกแต่งให้ทุกอย่าง Happy Endding ซึ่ง?Walt Disney ก็นำมาสร้าง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://teen.mthai.com

Posted in นิยายทั่วไป

เจ้าหญิงกลัวฝน

 เจ้าหญิงกลัวฝน

 เจ้าหญิงกลัวฝน ปารวี โบรกเกอร์นักค้าที่ดิน เป็นลูกคนที่ 3 ในครอบครัวที่แต่ละคนคอยแต่จะสร้างปัญหา เธอเปรียบเสมือนเป็นหัวหน้าครอบครัว มีพี่สาวคนโต ปภาวรินทร์ ที่แต่งงานแล้วแต่เป็นหม้าย มีลูกติดมาสองคน คือ เด็กชายเปรม กับเด็กหญิงปาล์ม เด็กทั้งสองเรียกปารวีว่าแดดดี้ พี่ชายชื่อปองกานต์เป็นคนเจ้าชู้ ทำอะไรก็ไม่ประสบความสำเร็จ และน้องสาวปลายฝน ก็ถูกแทนบุญหลอกให้จดทะเบียนซ้ำซ้อน โดยที่ไม่รู้ว่าเขามีภรรยาอยู่แล้วทำให้ต้องกลายเป็นเมืยน้อย หรือแม้แต่แม่ของเธอ ปราณีก็ถูกพ่อของเธอทิ้งไป สิ่งรอบด้านทำให้ปารวีเกลียดการแต่งงาน เพราะแต่ละคนล้มเหลวในชีวิตคู่ทั้งนั้น

ปารวีตามไปช่วยปลายฝนที่กำลังถูกเมียหลวงรัตนาวดีทำร้าย ทั้งๆ ที่ปลายฝนตั้งท้องอยู่ ปารวีพาน้องไปโรงพยาบาล แต่ยังคงเอะอะ โวยวายไม่เลิก ด้วยความขุ่นเคือง ทำให้หมอรัตนินต้องเข้าไปดู แต่ก็ถูกเธอตอกใส่หน้าว่าไม่เคยเห็นคนอารมณ์เสียหรือไง หมองงและไม่ได้ใส่ใจอะไร พอดีกับที่พยาบาลมาเรียก ปารวีจึงว่าหมอว่าเป็นหมอโรคประสาท

เมื่อปลายฝนตรวจเสร็จ ก็เป็นเวลาเดียวกับที่รัตนาวดีมาถึงโรงพยาบาล ทำให้เกิดมีปากเสียงกัน ปารวีปกป้องน้องโดยการชกรัตนาวดีจนล้มลงไป หมอรัตนินเข้ามาห้ามและขอร้องว่าที่นี้คือโรงพยาบาลไม่ใช่ตลาด

ปารวีเป็นนายหน้ารับจัดหาบ้านและที่ดินให้กับคุณหญิงโสมสุดา ที่จะซื้อให้กับลูกสาววิลานี ทั้งสองรู้สึกดีกับปารวี จนสนิทคุ้นเคยกัน โดยที่ปารวีไม่รู้เลยว่า วิลานีเป็นเพื่อนกับรัตนาวดีและเป็นคนที่คุณแม่ของหมอรัตนิน คุณหญิงเพ็ญพิมล ต้องการให้เกี่ยวดองกันกับรัตนิน

คุณหญิงโสมสุดา และวิลานี พาปารวีไปเลี้ยงขอบคุณที่ร้านอาหารแห่งหนนึ่ง เธอได้พบกับหมอรัตนินอีกครั้ง ปารวีไม่อยากเห็นหน้าหมอจึงขอตัวกลับก่อน ที่ทำงานปารวีกับแจ้วมีท่าทีสนิทสนม ทำให้พรแฟนของแจ้วที่เป็นทอมบอยเกิดอาการไม่พอใจ จึงมาหเรื่องชกต่อยปารวี หมอรัตนินมาเห็นพอดีจึงคิดว่าปารวีเป็นทอม หมอรัตนินมาหาปารวีที่บ้านเพื่อเอาเช็คเงินสดมาให้เพื่อตัดปัญหารัตนาวดีกับปลายฝน ตามที่คุณหญิงร้องขอ แต่ปารวีไม่เอา และฉีกมันทั้ง แทนบุญผู้ชายอ่อนแอกลับกล้าที่จะพาปลายฝนหนี ทำให้รัตนาวดีตามมาอาละวาดถึงบ้านปารวี ปราณีทนไม่ได้โรคหัวใจจึงกำเริบขึ้นมา หมอรัตนินคอยดูแลอาการแม่ของปารวี เพื่อชดเชยกับสิ่งที่น้องสาวของเขาทำลงไป

ชลวสาคนรักเก่าของหมอรัตนินกลับมาหาหมออีกครั้ง หลังจากที่เคยทิ้งหมอไป แต่รัตนินไม่อยากยุ่งด้วยแล้วกับผู้หญิงที่ไม่จริงใจ เห็นเงินสำคัญกว่าความรัก เป็นเวลาเดียวกันกับที่ปารวีต้องการเงินจำนวนมากมาช่วยพี่ชายเธอ ที่ติดพนันจนจะต้องเอาบ้านไปจำนอง เมื่อวิลานีทราบเรื่องจึงบอกให้รัตนินรู้ รัตนินคิดวางแผนที่จะกำจัดชลวสาออกไปให้ห่างจากตัวเค้า จึงตัดสินใจจ้างปารวีมาเป็นภรรยาแต่ในนาม แรกๆ ปารวีไม่ยอม แต่สุดท้ายเมื่อไม่มีทางเลือกจึงตอบตกลงเพราะเงิน การแต่งงานหลอกๆ ทำให้ทั้งคู่ได้อยู่ใกล้ชิดกันมากขึ้น หัวใจของปารวีเริ่มหวั่นไหว วันหนื่งแทนบุญกับปลายฝนกลับมาพร้อมกับลูกสาวตัวน้อย

รัตนาวีรู้ก็แอบไปขโมยลูกสาวของปลายฝน ทุกคนตกตะลึงคิดไม่ถึงว่ารัตนาวดีจะกล้าทำถึงขนาดนี้ แล้วรถที่เธอขับไปเกิดอุบัติเหตุ ทำให้รัตนาวดีต้องพิการ แต่ลูกสาวของปลายฝนปลอดภัยดี ครอบครัวของปารวีไม่คิดจะเอาเรื่องและยอมให้อภัย ทำให้คุณหญิงเพ็ญพิมมล มองปารวีในทางที่ดีขึ้น ชลวสามาถามหมออีกครั้งว่าหมอไม่รักเธอแล้วใช่ไหม หมอบอกว่าใช่ ชลวสาเคืองแค้นมาก และเอาปืนยิงไปทางที่ปารวียืนอยู่แต่หมอรัตนินเอาตัวบังไว้ ทำให้หมอได้รับบาทเจ็บ ปารวีถึงได้รู้ซึ้งของคำว่ารัก เมื่อหมอรัตนินฟื้นขึ้นมา ปารวีสารภาพรักกับหมอ หมอขอให้เธอเชื่อมั่นในตัวเขาว่ารักเธอจริง และขอให้เธออย่าเป็นเจ้าสาวกลัวฝนอีกต่อไป

ขอบคุณแหล่งที่มา https://th.wikipedia.org/

รักสัมผัสหัวใจ 2
Posted in นิยายทั่วไป

รักสัมผัสหัวใจ 2 เรื่องย่อ

  รักสัมผัสหัวใจ 2 เรื่องย่อ

 

 

รักสัมผัสหัวใจ 2 เมื่อเธอเข้าไปยังบ้านของ ดร.แผนยุทธ เพื่อทำงานตกแต่งภายใน และสืบหาข้อมูลต่างๆ เธอกลับพบว่า โจ้ พงษอินทร์ เพื่อสมัยประถมของเธอเป็นน้องเขยของ ดร.แผนยุทธ ทั้งคู่เพิ่งเจอกันเมื่อตอนงานเลี้ยงรุ่น ป.4 ที่ผ่านมาซึ้ง โจ้ ก็มีวิญญาณคอย ตามอยู่เช่นกัน โจ้ ไม่เชื่อว่าการตามของ พิมอร พี่สาวตนจะเป็นเพียงแค่อุบัติเหตุ และสงสัยว่า กรรณา จะเป็นผู้หญิงคนใหม่ของ ดร.แผนยุทธ

ขณะที่ กรรณา เองก็พยายามตามสืบว่าวิญญาณที่ กำลังตาม ดร.แผนยุทธ ต้องการอะไร เธอกลับพบเงื่อนงำบางอย่างที่ทำให้รู้ว่าการตายของ พิมอร ไม่ใช่อุบัติเหตุ กรรณา กับ โจ้ จึงร่วมมือกันสืบหาตัวฆาตกรและปลดปล่อยวิญญาณที่ติดตามคนทั้งคู่

ภายหลังพบว่าแท้จริงแล้ววิญญาณที่ตามติด ดร.แผนยุทธ ไม่ใช่ พิมอร แต่เป็น ช่อเพชร เลขาคนสนิท และยังเป็นเมียลับๆ ที่ถูก ดร.แผนยุทธ หลอกว่าเลิกกับภรรยาแล้วและพาไปจดทะเบียนสมรสโดยไม่รู้ว่า เป็นการจดทะเบียนซ้อน น้ำหนึ่ง น้องสาวของ ช่อเพชร อยากแฉพฤติกรรม เจ้าชู้ของ ดร.แผนยุทธ โดยเอาตัวเองเข้าแลกทำให้เกิดความเข้าใจผิด เกิดการทะเลาะกันทำให้แผนฆาตกรรมไม่สำเร็จ

ขอบคุณแหล่งที่มา https://www.sanook.com/

นิยายสื่อรักกามเทพ
Posted in นิยาย

 นิยายสื่อรักกามเทพ

 

นิยายสื่รักกามเทพ คุณเชื่อในรักแท้ หรือพรหมลิขิตหรือเปล่า คู่แท้ที่ไม่จำเป็นจะต้องเป็นผู้หญิงกับผู้ชาย ไม่จำเป็นที่จะต้องเป็นคู่รักกัน แต่มันเป็นอะไรก็ได้ สิ่งที่ทำให้คุณรู้สึกถูกชะตาตั้งแต่แรกเห็นและคนที่ไม่เคยคิดทำร้ายคุณ อาจจะเป็นใครก็ได้ที่อยู่รอบข้างคุณโดยที่คุณไม่รู้ตัว

นันทวัตร มองไปรอบกายที่มีแต่ความยุ่งเหยิง เขาเป็นคนที่ไม่เคยเชื่อในคำว่ารัก ความรักคืออะไร เขาไม่เห็นจะเคยรู้จัก เขาเติบโตมาในครอบครัวที่สมบูรณ์แบบ เงินทอง เกียรติ แต่เขาก็ไม่เคยได้รู้สึกถึงสัมผัสของคำว่ารักตั้งแต่เกิดจนโต ครอบครัวเขาขึ้นชื่อได้เลยถึงคำว่ารวย ภาพภายนอกอาจจะเป็นครอบครัวตัวอย่างที่ดูดี และเพียบพร้อมแต่ใครจะไปรู้เมื่อมองเขาไปข้างใน ในความเพียบพร้อมนั้นจะมีหัวใจดวงเล็ก ๆ ดวงหนึ่งที่แตกสลายอยู่ในนั้น

นันทวัตรเดินผ่านความยุ่งเหยิงรอบกายไปอย่างไม่ใส่ใจ ชายหนุ่มมองไปที่มารดากับบิดาของเขาที่กำลังเตรียมตัวออกไปงานในตอนกลางคืนโดยที่ไม่มีใครจะสนใจเขา ไม่สนใจว่าลูกชายเพียงคนเดียวกำลังจะเดินผ่านไป แม้ว่าเวลาจะผ่านไปกี่ปีทุกอย่างก็ยังเหมือนเดิม ความรักไม่เคยเกิดขึ้นกับเขาเลย

นันทวัตรถูกสอนให้รู้จักแต่ความเพียบพร้อม เหมาะสม เงิน และอำนาจ โดยคนที่เขาเรียกว่าพ่อโดยที่เขาก็ไม่เคยเข้าใจว่าคำ ที่เขาเรียก พ่อ มันต่างจากคำเรียกอื่นอย่างไร นันทวัตรเดินเข้าไปในห้องหนังสือ ซึ่งมีโต๊ะไม้ตัวใหญ่กับร่างของชายชราคนหนึ่งนั่งอยู่ ชายชรามีผมสีขาวราวเส้นไหม มีเค้าหน้าหน้าตาไม่ต่างจากชายหนุ่มมากนัก

“คุณปู่เรียกผมมามีอะไรครับ” นันทวัตรถูกคุณปู่ ประมุขตัวจริงของบ้านเรียกกลับมาจากการที่ออกไปทำงานอยู่ต่างประเทศหลังเรียนจบปริญญาเอก ได้ไม่นาน เขาเรียนจบขณะที่อายุยังน้อย เขาไม่เคยกลับมาบ้านเลยตั้งแต่ไป และเมื่อเรียนจบก็ไปทำงานที่นั่นเป็นระยะเวลาเกือบสิบปี แต่มีคนคนเดียวที่ยังติดต่อสอบถามความเป็นอยู่ของเขาเสมอ ก็คือบุคคลตรงหน้าเขา นันทวัตรจึงทั้งเกรงใจและเคารพ ชายชราตรงหน้าอยู่ไม่น้อย

“ฉันอยากให้แกกลับมาทำงานที่บริษัท มันคงจะไม่มากไปใช่ไหม”ชายชราตรงหน้าพูดขึ้น เขามองดูหลานชายเพียงคนเดียวของเขาด้วยความคิดถึงระยะเวลาหลายปีที่ไม่ได้เจอกับหลายชายของเขาได้เติบโตขึ้นมากจากเด็กหนุ่มตัวเล็ก นันทวัตรเติบใหญ่เป็นชายหนุ่มสง่างามสมความภาคภูมิใจของเขา เขารู้สึกผิดตลอดมาที่บังคับให้ลูกชายคนเดียวของเขาต้องแต่งงานกับผู้หญิงที่เขาคิดว่าเพียบพร้อมและเหมาะสม โดยที่เขาลืมคิดไปว่าการอยู่ด้วยกันโดยปราศจากความรักมันจะส่งผลอย่างไรต่อชีวิตของคนซึ่งในอนาคตจะเป็นทายาทอีกคนของเขา ชายชรามองภาพหลานชายที่เติบใหญ่มาโดยปราศจากความรักและเอาใจใส่ของพ่อและแม่ พ่อซึ่งไม่เคยได้ใกล้ชิดลูก แม่ซึ่งไม่เคยเลี้ยงดู พวกเขาทั้งสองเอาแต่คิดว่าความเพียบพร้อมและความสบายที่มีให้ก็เพียงพอแล้วสำหรับลูกของพวกเขา ชายชราได้แต่ถอนหายใจ กับความผิดพลาดของตัวเองที่ไม่เคยคิดหรือเข้าไปแก้ไขความเข้าใจนั้นของลูกชายและลูกสะใภ้ตราบจนวันนี้ ก็30 ปี

“ครับ”ชายหนุ่มตอบตกลงทันทีโดยไม่คิดสักถามอะไรทั้งสิ้น

“งั้นก็เริ่มงานพรุ่งนี้เลยแล้วกัน”ชายชราบอกออกไป

“ครับ”นันทวัตรเดินออกไปจากห้องหนังสือทันทีเมื่อพูดกับปู่ของเขาเสร็จแล้ว ชายหนุ่มเดินออกไปเรื่อยเปื่อย ภาพในอดีตต่าง ๆ ก็เริ่มทยอยออกมา ในความรู้สึกที่เลือนลาง

ความรู้สึกมันเป็นสิ่งที่จับต้องไม่ได้ ไม่มีน้ำหนัก ไม่มีตัวตน แต่ทำไมมันกลับส่งผลกระทบต่อคนทุกคนได้ มันทำให้เขารู้สึกเจ็บ จน กลายเป็นความเฉยชา หลาย ๆ คนที่รู้จักเขามักจะบอกว่าเขาเป็นคนไม่มีความรู้สึก เฉยชา และไร้อารมณ์ จนเขาก็เริ่มจะเชื่ออย่างนั้นเหมือนกัน เขาคงเป็นคนที่ไม่มีความรู้สึกจริง ๆ

“แม่ครับ” เด็กน้อยวัย 9 ขวบ วิ่งมาหามารดาทันทีที่ได้ยินเสียงรถ “นันมีอะไรจะเล่าให้แม่ฟังเยอะแยะไปหมดเลย เรื่องที่โรงเรียน” เด็กน้อยกำลังวิ่งเข้าไปใกล้ถึงมารดาถ้าไม่ได้ยินเสียงตวาดไล่ของผู้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าแม่ “ไป ๆ นันไม่ต้องมาเล่าเรื่องไร้สาระให้แม่ฟัง แม่ง่วงขอตัวก่อน ถ้ามีอะไรก็ไปเล่าให้พี่เลี้ยงแกฟังก็แล้วกัน”พูดเสร็จก็เดินฉับ ๆ ก้าวออกไป ปล่อยให้เด็กน้อยยืนน้ำตาคลออยู่ตรงหน้าเพียงลำพัง

นันทวัตรหันไปมองรูปพ่อของเขาที่ตั้งเด่นเป็นสง่าอยู่บนหิ้ง รูปถ่ายเดี่ยวตอนไปนิวยอร์ก ใช่ครอบครัวเขาแทบจะไม่เคยมีรูปถ่ายครบทั้งครอบครัวหรือแม้แต่จะไปเที่ยวก็ยิ่งไม่มีที่จะได้ไปด้วยกัน ชายหนุ่มยังจำได้วันที่เขาชวนพ่อไปเที่ยวสวนสนุก วันนั้นเป็นวันเกิดอายุ 12 ปีของเขา

“พ่อครับ วันนี้วันเกิดนัน พ่อพานันไปเที่ยวสวนสนุกได้ไหมครับ”เด็กชายวิ่งลงมาจากห้องนอนเพื่อมาชวนพ่อของเขา

“ไม่ได้หรอกนัน พ่อต้องไปทำงาน”คุณนาครมองหน้าบุตรชายแล้วถอนหายใจอย่างเบื่อหน่าย

“แต่วันนี้เป็นวันหยุดนี่ครับ”เด็กชายประท้วงออกมาเมื่อเห็นพ่อถือถุงไม้กอล์ฟและแต่งตัวธรรมดา ไม่ได้ใส่สูท

“ก็นั่นแหละ ถ้านันอยากไปก็ให้น้าสมบูรณ์พาไปแล้วกัน”โยนเงินปึกหนั่งลงบนหน้าเด็กหนุ่มพร้อมกับเดินลงไป สตาร์ทรถออกจากบ้านเพื่อไปตีกอล์ฟเล่น

บ้าน เขาไม่เคยรู้สึกเลยว่าที่นี่คือบ้าน มีใครคนหนึ่งเคยบอกกับเขาไว้ว่าบ้านคือที่ ๆ ให้ความอบอุ่น บ้านคือที่ ที่เขามีทั้งความสุขและทุกข์ ที่ ที่มีคนรอเรากลับมา ชายหนุ่มยิ้มหยันกับความคิดนี้ บ้านก็เป็นแค่ที่สุขหัวนอนเท่านั้นสำหรับเขา เป็นที่ ๆ ไม่ให้และไม่มีค่าอะไรเลยสำหรับเขา

นันทวัตรยืนมองรถสองคันที่เพิ่งแล่นออกไปด้วยความเฉยชา คำว่าครอบครัวมันคงจะห่างหายไปจากเขานานแล้ว จนเขาจำไม่ได้ว่าความรู้สึกนั้นมันเป็นยังไง ความอบอุ่นและรอยยิ้มที่จริงใจ ความรู้สึกที่บอกกับทุกคนว่านี่คือครอบครัวของฉัน เหยียดยิ้มให้กับตัวเองเมื่อทั้งพ่อและแม่ที่รู้จัก ไม่เคยเปลี่ยนแปลง พวกท่านไม่เคยสนใจเขาแม้แต่เสี้ยววินาที

“คุณหนูจะนอนที่นี้รึเปล่าค่ะ”แม่นมเก่าแก่ที่เคยเลี้ยงเขาเดินเข้ามาถาม หน้าแปลกสำหรับคนที่ไม่มีความเกี่ยวข้องทางสายเลือดเลยกลับทำให้เขารู้สึกถึงความอบอุ่นได้มากกว่าคนที่สร่งเขาขึ้นมา

“ไม่หรอก ผมจะไปพักที่คอนโดของไอ้แว่น”ยิ้มน้อย ๆ ส่งให้แม่นมคนสนิทของคุณย่าที่เลี้ยงดูเขามา เดินเข้าไปโอบเอวสอบถามความเป็นอยู่ทั้งของแม่นมและย่าของเขา เมื่อถามสารทุกขืสุกดิบกันเรียบร้อยแล้ว นันทวัตรก็ต้องขอตัวกลับด้วยต้องไปงานหมั้นของอดีตเจ้าของคอนโดเก่า หนุ่มแว่นผู้สละโสดเป็นคนที่สามของกลุ่มเพื่อนฝูง กับผู้หญิงห้องข้าง ๆ

“โห สวยจัง”หญิงสาวตัวเล็กใส่เสื้อราตรีสีชมพูซึ่งเป็นเสื้อเข้าเซ็ตกับเพื่อนอีกสามคน

“อะไร”หญิงสาวตัวสูงข้าง ๆ ใสเสื้อแบบเดียวกัน ซึ่งเป็นเสื้อที่ตัดเอาไว้ให้กับเพื่อนเจ้าสาวในงานนี้โดยเฉพาะหันไปถาม มองหาสิ่งที่ทำให้หญิงสาวตัวเล็กร้องออกมา

“นั่นไง”ชี้ไปที่ เซลามิครูปกามเทพน้อยถือคันศรวางอยู่บนกล่องดนตรี ที่ดูเหมือนจะมีอยู่ดาษดื่นทั่วไปในร้านกิ๊ฟชอฟ

“เดี๋ยวฉันมานะ”จบคำหญิงสาวร่างเล็กก็เดินเข้าไปทันทีที่ร้านเล็ก ๆ ในโรงแรมแห่งนี้ มันเมหทอนมีอะไรบางอย่างดึงดูดให้เธอเดินเข้าหาเจ้าสิ่งนั้น ตุ๊กตาเซเรมิคที่อยู่บนกล่องเพลง โดยที่ไม่ต้องคิดหญิงสาวเรียกพนักงานใกล้ ๆ มาคิดเงินเพื่อซื้อเจ้าสิ่งนั้นทันที

“หนูอิน อินทรา”เสียงเพื่อนสาวตะโกนเรียกออกมาจากหน้าร้าน อารามรีบร้อนทำให้หนูอินหรืออินทราเดินชนเข้ากับกำแพงหนาเดินได้เข้าอย่างจัง เมื่อลุกขึ้นยืนได้ก็ก้มหน้าขอโทษขอโพยแล้วรีบร้อนเดินจากไปทันที

นันทวัตรมองตามร่างสาวตัวเล็กที่รีบร้อนเดินจนมาชนเขาด้วยความอ่อนใจ เด็กหนอเด็ก ปัดเสื้อสูทที่ยับจากการชนให้เรียบก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับสิ่งของเล็กบนทางเดิน ของในกล่องพลาสติก กามเทพแผลงศร

“อ้าว ไอ้นันมาด้วยเหรอว่ะ”

“อืม งานไอ้แว่นถึงอยู่ไกลแค่ไหนก็ต้องมา และต่อไปนี้แกไม่ต้องมาถามคำนี้กับข้าเลย เพราะข้ากลับมาอยู่เมืองไทยแล้ว”

“จริงอ่ะ”ทำหน้าแปลกใจอย่างสมจริง “งานนี้ข้าก็มีคู่แข่งอ่ะดิ”

“คู่แข่งอะไร”ถามอย่างงง

“สาว ๆ”สัพยอกเพื่อนไปก่อนที่จะหลบมือที่กำลังจะมาหา แล้วพากันเดินเข้าไปในงาน

“อ้าวนัน ไอ้พงศ์”หนุ่มแว่นเจ้าของงานเดินเข้ามาหาเพื่อนซี้สองหนอที่เดินเคียงกันมา

“เป็นไงมาไงว่ะ ถึงได้เดินมาด้วยกัน ข้าล่ะคิดถึงแกจริง ๆ ว่ะนัน”พูดออกมาอย่างแช่มชื่นที่ได้เจอกับเพื่อนรักหลังจากที่ไม่ได้เจอกันนาน

“นี่ พร พรจ๊ะนี่นันทวัตรเพื่อนซี้ผมเอง ส่วนไอ้นี้พรก็คงจะเคยเจอกับมันบ่อยแล้ว คงไม่ต้องแนะนำ”

“อ้าว”เสียงร้องอุทรณ์มาจากคนที่ ใครใครก็รู้จักแล้ว หันไปมองเพื่อนเจ้าภาพงานสื่อสารด้วยสายตาอยากให้พาไปแนะนำ สาว ๆ ให้หน่อย แต่ต้องถูกขัด และ ขวาง จากทั้งคนที่มาด้วยกันและเจ้าของงาน

“เห็นสาวเป็นไม่ได้เลยนะเอ็ง ในสต็อกหมดแล้วหรือไงถึงมายุ่งกะเพื่อนคนอื่นเขา ข้าไม่ให้หรอกสาว ๆ แถวนี้เขาเกลียจสัตว์เลือดเย็น โดยเฉพาะจำพวกไม่มีเท้า ไปเอ็งไปนู่นเลย”ชี้ไปที่มุมสุดของห้องอาหาร คนที่ถูกบริภาษว่าเป็นสัตว์เลือดเย็นได้แต่งอนค้อน เดินเข้าไปในงาน บ่นงุบงิบอยู่คนเดียว นันทวัตรหัวเราะกับอาการเด็ก ๆ ของเพื่อนทั้งสอง ที่อายุก็เลยเลขสองมาแล้วด้วยความขัน ภัทรพงษ์ขึ้นชื่อได้ว่าเป็นหนุ่มเจ้าสำอางลูกชายรัฐมนตรีชื่อดัง ที่เกิดมาพร้อมกับความพะเน้าพะนอของแม่และพ่อปัจจุบันก็ยังไม่ได้ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอันเท่าไรนัก สวนทางกับหนุ่มแว่น ที่ชื่อจริง ๆ ว่าอัครเดชคนขยันที่เริ่มจากบริษัทซอฟแวร์เล็กจนตอนนี้มีชื่อเสียงใหญ่โต และ กลายเป็นที่ถือได้ว่ารวยคนหนึ่งในขณะนี้

บรรยากาศในงานสมกับเป็นงานแต่งของนักธุรกิจไฮโซที่ทุกคนรู้จักกันมาก เนื่องด้วยมีคนมากมายหลากหลายในงานทั้งดังและไม่ดังเดินเพ่นพ่านไปมา เสียงเพลงรักที่คลออบอุ่นตลบไปทั่วงานช่วยสร้างบรรยากาศความรักหวานชื่นให้ได้ดี เค้กก้อนโตหลายชั้นก้อนหนึ่งตั้งอยู่ข้างหน้าเยี่องกับเวทีรอเวลาบ่าวสาวมาตัด พร้อมกับพิธีกรหน้าคุ้น ๆ ที่เคยเห็นตามหน้าจอทีวีกำลังช่วยทำหน้าที่บอกถึงรายละเอียดก่อนงานจะเริ่มอย่างแท้จริง นันทวัตรเดินผละออกมาด้วยไม่ค่อยมีใครรู้จักขณะที่ภัทรพงศ์ถูกรุมล้อมด้วยสาว ๆ อย่างเต็มใจ

ชายหนุ่มมาหยุดยืนดูอยู่ในงานเป็นเวลานานก่อนที่สายตาจะไปสะดุดเข้ากับร่าง ๆ เล็ก ๆ ที่คุ้นตาที่ตอนนี้กำลังวิ่งวุ่นทำอะไรอยู่สักอย่าง ก่อนที่จะสะดุดล้มกลิ้งหมดสภาพ สวย ใบหน้าที่เคร่งขรึมเผยอยิ้มออกมาเล็กน้อย สาวเท้าจะเดินเข้าไปช่วยก็ถูกตัดหน้าด้วยผู้ชายที่เคยคุ้น ม.ร.ว.ธีรเดช วิทิรา

“อะไรว่ะ”เพื่อนตัวดีที่โผล่มาได้จังหวะหันไปมองดูภาพที่เพื่อนชายจ้องอยู่

“สน เหรอ ถ้าจะเด็กคุณชายนะ”ถึงแม้จะไม่สนิทด้วยเพื่อนร่วมรุ่นมีกันหลายคน แต่ชื่อและกิติศัพท์ความเก่งกาจของ คุณชาย ก็ระบือไปทั่วชั้น ถึงจะไม่อยากรู้จักแค่ไหนมันก็ต้องรู้จัก

“เปล่า”สะบัดหน้าหันออกไปจากภาพตรงหน้าโดยไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ไม่สามารถทนดูมันได้ทำให้ลืมคืนสิ่งที่อยู่ในมือให้กับเจ้าของที่แท้จริง

ขอบคุณแหล่งที่มา https://my.dek-d.com/

 

 

 

 

 

 

 

 …

นิยายรักด้วยแรงอธษฐาน
Posted in นิยายทั่วไป

นิยายรักด้วยแรงอธษฐาน

นิยายรักด้วยแรงอธษฐาน

นิยายรัก ด้วยแรงอธษฐานใครว่าความรักนำพาให้เกิด คู่แท้ เท่านั้น ความรักยังทำให้เกิด คู่เวรคู่กรรมได้เช่นกัน หากความรักครั้งนั้นถูกกรีดเป็นรอยแผลจนบาดลึกฝังใจจากอดีตดังเช่นเรื่องราวของ กฤตย์ และ  นัทธมน”

นัทธมน หรือ วรดา ที่กลับชาติมาเกิดใหม่พร้อมความแค้นฝังลึก ผูกใจเจ็บจากอดีต ตั้งใจแก้แค้น  กฤตย์ เพราะคิดว่าเขาเป็นฆาตกรที่ทำให้วรดาต้องตาย นัทธมนวางแผนเข้าทำงานเป็นเลขาฯ ที่บริษัทเพื่อจะได้ใกล้ชิด กฤตย์และสืบหาเบื้องหลังการตายของวรดา แต่สิ่งที่คาดไม่ถึงก็เกิดขึ้น เพราะเธอกลับตกหลุมที่ขุดไว้เอง จนกลายเป็นความรักความผูกพันระหว่างเธอกับเขาคนนั้นซึ่งติดอยู่ในความฝันเป็นภาพจำของเธอตลอดมา
ความรักระหว่าง  นัทธมน กับ  กฤตย์ นั้นเรียกว่า คู่เวรคู่กรรม ซึ่งเป็นความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นเป็นคู่ขัดแย้ง เพื่อทำลายกันและกัน จะได้ชดใช้เวรกรรมที่มีต่อกันในอดีตให้หมดไป ซึ่งบอกไม่ได้ว่าต้องใช้เวลานานเท่าไหร่จึงจะหลุดพ้น บางคนอาจจบภายในไม่กี่เดือน แต่บางคนอาจต้องทนทุกข์ทรมานไปตลอดชีวิต อย่างไรก็ตามเมื่อคู่เวรคู่กรรมเจอกันครั้งแรกจะถูกดึงดูดเข้าหากันด้วยพลังแรงกล้า ยอมถูกทรมานต่างๆ นานาเหมือนซึ่งเป็นความสำคัญแต่เป็รคู่เวรคู่กรรมกันจนหนีจากกันไมพ้น

ขอบคุณแหล่งที่มา http://www.ch3thailand.com/

ความจริงในเรื่องจริงลวง
Posted in นิยายรักวัยรุ่น

ความจริงในเรื่องจริงลวง

ความจริงในเรื่องจริงลวง

“กรี๊ด………………………….!!” เสียงกรีดร้องของผู้หญิงสองคนที่กำลังขับเคี่ยวต่อสู้กันดุจนักรบในลานประลองดังก้องสะท้านดึงดูดสายตาของคนทุกผู้ที่ได้ยินด้วยความสงสัยว่าเกิดอะไรกันขึ้น… ทุกส่วนในร่างกายของทั้งคู่ที่พอจะเป็นอาวุธทำร้ายฝ่ายตรงข้ามได้ทุกงัดออกมาใช้ซึ่งกันและกัน โดยมีฝูงชนมากมายมามุงดูและส่งเสียงเชียร์ทุกครั้งที่ฝ่ามือ หรือเข่าถูกยิงเข้าเป้าบนร่างกายอย่างแม่นยำด้วยความเมามันในอารมณ์เป็นอย่างที่สุด ยิ่งพอทั้งสองฝ่ายงัดยุทธวิธีการกัด,หยิก,และการทึ้งผมออกมาใช้แล้ว เสียงเชียร์เหล่านั้นก็ยิ่งทวีความกระหึ่มยิ่งขึ้น เหมือน ณ สนามเวทีมวยที่ราชดำเนินก็ไม่ปาน! (และหนึ่งในคนที่ตะโกนว่า “ฆ่ามันๆ”… “เข่าสิเข่า” ก็มีผู้เขียนที่ถูกเสียงระงมนี้ชักจูงมารวมอยู่ด้วย…….แหมสนุกจริงๆ!)

ยิ่งนานเสียงเชียร์ให้ทั้งสองฝ่ายงัดเอาทั้งเข่าทั้งศอกมาใช้ก็ดังระงมไปทั่ว (ผู้เขียนคิดว่าถ้ายิ่งถ้ามีการเตะก้านคอโชว์ด้วยจะถูกใจฝูงชนมากกว่านี้…) ทั้งสองรบรากันจนหน้าตาที่สวยงามตามวัยนั้นปูดบวมคล้ำเขียวไปด้วยฤทธาแห่งหมัดมวยและริ้วรอยช้ำเลือดจากเล็บที่ยาวตามแบบฉบับการต่อสู้ของหญิงสาวอันเป็นมาตรฐาน……………..หญิงสาวคนผมสั้นกำลังเหนื่อยและเพลี่ยงพล้ำให้หญิงสาวผมยาวมีโอกาสขึ้นคร่อมตบได้ถนัดๆ.. แต่แล้วเสียงเชียร์ยุให้ทั้งสองสู้กันก็ต้องพลันเงียบลงเพราะการปรากฏตัวของวัยกลางคนท่าทางเคร่งเครียดสามคน ที่กำลังแหวกฝ่าฝูงนักเรียนมาด้วยความรุนแรง..

“หยุด!” หนึ่งในสามร่างนั้นตะโกนกลบเสียงต่อสู้ที่ยังดำเนินอยู่ด้วยเสียงอันดัง ทำให้ทั้งสองคนที่ตอนนี้สภาพมอมแมมเสื้อผ้านักเรียนหลุกลุ่ยที่กำลังนอนกอดปล้ำกันคลุกฝุ่นอยู่นั้นตกใจจนต้องหันไปมองที่มาของเสียงเป็นตาเดียวกันด้วยความตื่นตะลึง..

“นี่มันเรื่องอะไรกัน?” ชายวัยกลางคนคนเดิมตะเบ็งเสียงที่ทรงอำนาจจนทั้งคู่ตกใจกระโดดถอยออกจากกันไปยืนอยู่คนละด้าน และเป็นการสลายฝูงนักเรียนที่มามุงดูแตกกระจายกันไปคนละทิศละทางเพราะกลัวว่าตนเองจะโดนลูกหลงไปด้วย จนในที่สุดก็ไปร่วมกลุ่มกระจุกกันอยู่ด้านต่างๆใกล้กับบริเวณที่เกิดเรื่อง… (ซึ่งหนึ่งในนั้นมีผู้เขียนที่กำลังพยายามเขย่งเท้ามองดูเหตุการณ์ข้ามหัวฝูงนักเรียนคนอื่นๆอยู่ด้วย… ก็ใครมันจะกล้าเสี่ยงอยู่ใกล้อาจารย์ฝ่ายปกครองจอมโหดกันเล่า?)

“ถามว่านี่มันเรื่องอะไรกัน?” ชายคนเดิมในชุดเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีฟ้าผูกเนคไทยังคงตะคอกถามเมื่อเห็นหญิงสาวทั้งสองคนยังคงนิ่งเงียบ…!

อยู่ๆผู้หญิงผมยาวก็ชี้ไปทางผู้หญิงผมสั้นที่กำลังใช้หลังมือเช็ดเลือดที่เกรอะกรังอยู่มุมปากด้วยสายตาที่เคืองแค้น แล้วตะโกนลั่นว่า!!

“ก็อีนังนี่น่ะ………..มันแย่งผัวหนู!!!” พอเสียงตะเงียบลงฝ่ายปกครองถึงกับอึ้ง แต่ฝ่านักเรียนมุงกลับโห่ฮาด้วยความสะใจยิ่ง…….. (แต่ผู้เขียนไม่ได้เฮไปกับเขาด้วย เพราะมัวแต่พยายามแหวกเจ้าหมูตอนตัวหนึ่งที่ขวางทางเข้าไปข้างหน้าอยู่)

“เงียบ……..!” อาจารย์ฝ่ายปกครองที่อาวุโสที่สุดและน่าหวาดหวั่นที่สุดตะโกนด้วยเสียงอันน่าเกรงขาม ก่อนที่จะส่งสายตาอาฆาตมาทางฝูงนักเรียนที่โห่ฮาเป็นทำนองว่า ฉันจำหน้าพวกแกได้หมดทุกคนนะ……..เดี๋ยวสวย! เล่นเอาฝูงชนขยาดจนต้องวิ่งหนีไปจากสายตานั้นเหมือนผึ้งแตกรัง…. (ผู้เขียนไม่ทันได้วิ่งกับเขาเพราะตอนนั้นกำลังเบียดเจ้าหมูตอนอยู่ แต่พอมันออกวิ่งเลยทำให้ผู้เขียนเสียหลักลงไปหัวทิ่มกับพื้น……. และถ้าจำไม่ผิดผู้เขียนว่าได้เห็นอาจารย์ฝ่ายปกครองทั้งสามคนส่งยิ้มหวานมาให้ผู้เขียนด้วย แต่แววตาน่ากลัวพิลึก!!)

“ผัวที่ว่านี่..ใคร?” อาจารย์ยังคงถามต่อไป (ผู้เขียนพยายามจะลุกหนี แต่โดนอาจารย์คนหนึ่งเดินมาเอามือกดบ่าไว้…. ผู้เขียนเริ่มคิดในใจว่า ซวยแล้ว!!)

หญิงสาวทั้งสองคนชำเลืองหันตาอันเต็มไปด้วยความแค้นไปมองอีกฝ่าย พยักหน้าน้อยๆแล้วเบือนหน้าหนีเป็นเชิงเข้าใจกัน (ถึงชั้นจะเกลียดแกยังไงแต่ต้องสงบศึกมาร่วมมือกันปกป้องชายอันเป็นที่รักร่วมกันก่อน——-ผู้เขียนพากย์เสียดายไม่มีใครได้ยิน)

“ไม่ทราบค่ะ!” อาจารย์อึ้งอีกรอบ

“ไม่ทราบ!…….. แล้วจะตบกันได้ยังไง? อย่ามาปกป้องนักเรียนชายคนนั้นหน่อยเลย หรืออยากโดนภาคทัณฑ์หนักกว่านี้หรือไง……หา?” อาจารย์ลองใช้ไม้แข็งขมขู่ดู ไม้หวายขนาดเท่านิ้วก้อยถูกกวัดแกว่งไปมาในอากาศทำให้นักเรียนหญิงทั้งสองคนนั้นกลืนน้ำลายคำโต… (แต่ผู้เขียนว่าเห็นอาจารย์ยิ้มแบบคนโรคจิตแวบหนึ่ง ขณะที่กำลังรำดาบหวายไปมาในอากาศ)

ทั้งสองมีสีหน้าประหม่า…. ไม้หวายขนาดนั้นถ้าโดนเข้าที่ก้นซักครึ่งโหล ก็มากพอที่จะที่จะทำให้สาหัสไปอีกนาน แต่พอมองไปยังอีกฟากหนึ่งของสนามฟุตบอลที่อยู่ไม่ไกลนักก็เห็นชายหนุ่มในชุดนักเรียนหน้าตาหล่อเหลายืนเกาะลูกกรงรั้วมองเหตุการณ์นั้นด้วยสายตาเป็นห่วง ทำให้สองสาวถึงกับใจสะท้านในแววตานั้น……

“ไม่ทราบค่ะ!” ทั้งสองยังคงยืนกรานคำเดิม (ผู้เขียนแทบอยากลุกขึ้นตบมือให้เกียรติในความกล้าหาญของหญิงสาวทั้งสอง แต่ขืนยืนขึ้นตบมือในขณะที่มีอาจารย์ฝ่ายปกครองยืนจับไหล่อยู่เหนือหัวอย่างนี้…เรื่องมันคงจะจบไม่สวยเท่าไหร่!) อาจารย์รู้สึกเหมือนพลาดลูกโทษ!!

“ดี.. งั้นต้องโดนให้หนัก ตามมา” อาจารย์ฝ่ายปกครองสองคนเดินนำหน้า โดยมีหญิงสาวสองคนเดินคอตกตามมาเหมือนนักโทษประหารกำลังจะเดินไปสู่แท่นกิโยติน…. เพื่อไปสู่ห้องที่เราคุ้นเคยแต่รังเกียจมันดีอันถูกขนานนามว่า “ห้องประหาร” ที่พวกเรานักเรียนต่างโจษขวัญกันและไม่อยากเฉียดใกล้ที่สุด (ห้องประหารนี้ เป็นชื่อเล่นของห้องปกครอง โดยที่ผู้รู้ได้ให้คำจำกัดความไว้ว่า เป็นห้องที่นักเรียนจำนวนนับไม่ถ้วนเข้าไปแล้วแล้วไม่ได้ออกมาด้วยการก้าวเดินแบบปรกติ…ซึ่งผู้เขียนคิดว่ามันคงจะหมายถึงว่านักเรียนที่ทำผิด หรือบางคนก็ไม่ผิดเดินออกมาโดยการกุมก้นเพราะทธิของไม้หวายที่แสบร้อนนั่นเอง..) อาจารย์ที่เดินนำหน้าหันหน้ามาส่งสัญญาณให้อาจารย์ที่ยืนคุมเข้มอยู่เบื้องหลังผู้เขียนก่อนจะเดินต่อไป..

“เราด้วย!” อาจารย์กระชากคอเสื้อผู้เขียนลากไปอย่างดุดัน…. (อ้าว……แล้วผู้เขียนเกี่ยวอะไรด้วยเนี่ย ผมแค่นักเรียนมุงธรรมดานะคร้าบอาจารย์!)

ฝูงนักเรียนมุงแตกฮือแหวกกันออกเป็นทางทันทีที่อาจารย์ฝ่ายปกครองก้าวเข้าไปใกล้ตัวเอง ปล่อยตรงกลางให้เป็นทางโล่งให้เหล่าอาจารย์และนักโทษอีกสองคนผ่านไป (ซึ่งถ้ารวมผู้เขียนด้วยก็จะเป็นสามพอดี) ทุกคนมองตามร่างทั้งห้า (บวกหนึ่ง)ที่กำลังเดินไปยังห้องประหารด้วยสายตาที่ใคร่รู้ และเตรียมพร้อมที่จะหาข้อมูลที่จะมาซุบซิบนินทาในเรื่องนี้ต่อไป… (โชคดีที่ผู้เขียนโดนหิ้วไปด้วยเลยมีโอกาสจะได้ข้อมูลมากขึ้น แต่ก็โชคร้ายที่โดนหิ้วไปเพราะไม่รู้จะโดนห้างเลขเมื่อไหร่?)

ในห้องปกครองดำเนินการสอบสวนไปอย่างเผ็ดร้อน…..!! (ที่มันร้อนเพราะไม่ยอมเปิดแอร์ต่างหาก..!) อาจารย์ฝ่ายปกครองล้อมวงกันเป็นวงกลมสอบปากคำนักเรียนหญิงทีละคนยังกับพวกเธอเป็นผู้ต้องหา…. (ผู้เขียนคิดว่าไหนๆก็ไหนๆแล้ว อาจารย์ก็น่าจะหาโคมไฟมาส่องหน้านักเรียนหญิงทั้งสองคนนั้นด้วยเลยจะได้เข้ากับบรรยากาศ) เหงื่อของทั้งสองคนหลั่งไหล…. (รวมทั้งผู้เขียนด้วย) จนชื้นซึมออกมาจากซับใน ทำให้เสื้อนักเรียนที่เปียกชุ่มไปด้วยเหงื่อนั้นแนบชิดกับผิวกายจนเห็นสีของเนื้อหนังใต้ร่มผ้าชัดเจน พอๆกับน้ำลายของอาจารย์ฝ่ายปกครองจองโหดที่พยายามเค้นน้ำลายออกมาขู่ฟ่อๆยังกับงูจงอาง……….( แต่ไม่มีใครสังเกตเห็นว่าผู้เขียนกำลังแอบขโมยเปิดตู้เย็นในห้องปกครอง แล้วขโมยกินน้ำอัดลมที่ถูกแช่ไว้จนเย็นช่ำ……. แม๋!เป็นคนที่ถูกลืมนี่มันดีจริงๆ!!)

เวลาผ่านไปนานแต่หญิงสาวทั้งสองก็ยังปากแข้งไม่ยอมปริปาก อาจารย์ฝ่ายปกครองเองก็เหนื่อยจนอยากที่จะปล่อยคนทั้งสอง (บวกหนึ่ง)ไปให้รู้แล้วรู้รอด แต่คงด้วยสปิริตของหน้าที่การงาน… (ซึ่งผู้เขียนคิดว่ามันคงจะหมดไปนานแล้วตามจำนวนเส้นผมของอาจารย์ที่หล่นร่วงโรยไป)อาจารย์จึงงัดเทคนิคการต่อรองทางจิตวิทยาอันสุดท้ายเข้ามาช่วยอย่างเลี่ยงไม่ได้…………..!!

“เอาล่ะ!…..ครูจะถามอีกครั้ง บอกมาสิว่าสาเหตุในการทะเลาะวิวาทนี้เป็นใคร แล้วครูจะไม่เอาเรื่องเธอทั้งสองคน?” พูดจบอาจารย์ก็เดินหันไปหยิบน้ำอัดลมที่เย็นฉ่ำ (แต่โดนผู้เขียนแอบซดไปเสียหลายอึ้กแล้ว) ในตู้เย็นมาใส่แก้วสองใบ ยื่นไปวางไว้หน้าหญิงสาวทั้งสองคนคนละใบ.!

ทั้งสองกลืนน้ำลายด้วยความกระหาย เพราะอากาศที่ร้อนอบอ้าวจนเหงื่อหยดติ๋งๆ ทำให้ความกระหายเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณ จนทำให้น้ำอัดลมธรรมดาๆสองแก้วกลายเป็นน้ำทิพย์ในตาของสองสาว (แต่ผู้เขียนคิดว่าตาแก่นี่ เอ๊ย#….อาจารย์คนนี้ร้ายเป็นบ้า พอเล่นด้วยไม้แข็งไม่ได้ก็สามารถเปลี่ยนอารมณ์ให้กลายเป็นลูบหัวไม้แข็งได้ทันทีเทคนิคยอดเยี่ยม แต่เอ๊ะ!…ไอ้ไม้ที่ว่านี่ไม่ว่าอ่อนหรือแข็งถ้าโดนหวดก้นมันเจ็บอยู่ดีนี่หว่า?)

หญิงสาวทั้งสองมองตากันอีกครั้ง.. (สองคนนี้มันเป็นปลากัดรึไง แค่มองตาก็รู้ใจแถมยังมองกันบ่อยอีกแน่ะ!) แล้วพยักหน้าให้กันเบาๆ อาจารย์ฝ่ายปกครองเห็นปากที่กำลังจะเผยคำพูดออกมานั้นด้วยรอยยิ้มที่แสดงถึงชัยชนะ… (ไม่เคยมีใครบอกอาจารย์รึไง! ว่ารอยยิ้มของอาจารย์นี่มันดูทุเรศลูกกะตาที่สุดเท่าที่ผู้เขียนเคยเห็นมา)

“อาจารย์สัญญาได้ไหมค่ะ ว่าจะไม่เอาผิดเขา…….คนที่อาจารย์บอกว่าเป็นสาเหตุน่ะค่ะ?” หญิงสาวผมยาวกล่าว

“สัญญาด้วยเกียรติ” อาจารย์ยังคงยิ้ม (ผู้เขียนอยากให้รางวัลตุ๊กตาทองอาจารย์ท่านนี้จริงๆ เพราะเล่นละครหลอกเด็กได้เนียนมาก)

“อะ…อาจารย์แน่ใจนะค่ะ วะ…ว่าอยากรู้?” หญิงสาวผมสั้นกล่าวอย่างลำบากยากเย็น (เธอคงพูดกับกินข้าวลำบากหน่อยล่ะ เพราะปากเธอมันบวมเจิ่งเป็นปากครุฑแบบนั้นน่ะ..)

“แน่นอน!!” อีกอึดใจเดียวอาจารย์ก็จะได้รู้ชื่อของตัวตนตอเจ้าปัญหาซะที

“แน่ใจนะค่ะ…. ว่าจะไม่เอาเรื่องพวกเราและไม่ฟ้องผู้ปกครอง?” หญิงสาวผมยาวที่ตาข้างขวาปูดเขียวปิดตายังกับลูกมะนาวลูกโตแย้มถามสัญญาเป็นครั้งสุดท้าย…

“คำไหนคำนั้น!” อาจารย์ยังคงใช้วิธีลูบหลังต่อไป… บรรยากาศทั้งห้องเต็มไปด้วยบรรยากาศลุ้นระทึกกับคำตอบของหญิงสาวทั้งสอง( มีพวกนักเรียนมุงสองสามคน พยายามที่จะมองลอดเข้ามาดูสถาณการณ์ข้างในห้องจากรอยแตกของไม้และใช้หูแนบกับฟังเหตุการณ์กับพื้นผนังข้างนอกส่งเสียงดังกุกกักๆน่ารำคาญ ผู้เขียนเลยเอาด้ามไม้กวาดกระทุ้งผ่านรอยแตกเข้าเบ้าตาของเจ้าคนที่แอบมองจากรอยแตกของไม้ไปที มันร้องลั่น!….แล้ววิ่งหนีไป เอ่อ…แต่ไม่ต้องห่วงหรอกนะ เพราะผู้เขียนเพียงแค่กระทุ้งเบาๆดังนั้นตาของมันคงไม่ถึงกับบอดหรอก…….มั้ง!!)

ทุกคนในห้องหันไปมองหน้าผู้เขียนที่กำลังฉีกยิ้มอย่างโรคจิตอย่างสะใจในการกระทำของตนเองด้วยสายตาที่เย็นชา (ก่อนที่ผู้เขียนจะแกล้งทำเป็นผิวปากไม่รู้ไม่ชี้ได้ทัน) เมื่อสถานการณ์ข้าสู่ปกติอาจารย์จึงถามซ้ำครั้งสุดท้าย…

“สรุปว่าเป็นใคร?” อาจารย์ตั้งหน้าตั้งตารอคำตอบนั้นอย่างตื่นเต้น ราวกับนักฟุตบอลที่กำลังจะยิงจุดโทษในการแข่งขันนัดสำคัญ…. หญิงสาวผมยาวจึงกล่าวว่า!!

“ลูกชายของอาจารย์นั้นล่ะค่ะ…. เราตบกันแย่งลูกชายของอาจารย์!!”

“โครม..!!” อาจารย์ท่านั้นหงายหลังตกจากเก้าอี้ ความรู้สึกเหมือนพึ่งยิงลูกโทษพลาด…!! (ผู้เขียนจุ๊ปากอย่าเสียดาย…อย่างน้อยตอนล้มหงายหลังลงไป ก็น่าจะหัวฟาดขอบโต๊ะบ้างนี่ดันพลาดไปได้ตั้งเป็นวา) พอได้ยินสารภาพนั้นถนัดๆเจ้าพวกที่แอบฟังอยู่ก็ตะโกนบอกต่อๆกันไปยังฝูงนักเรียนที่มายืนออฟังผลอยู่ด้วยเสียงอันดังว่า..

“ตบกันแย่งลูกอาจารย์ว่ะเฮ้ยๆ…………” ดังไปทั่วทั้งโรงเรียน จนหนุ่มหน้าตาหล่อเหลาที่ได้ยินเสียงตะโกนคนนั้นตกใจวิ่งฝ่าแหวกฝูงชนได้ราวกับกำลังว่ายน้ำ…..เหมือนกับพลังฮึกตอนไฟไฟไหม้!!

“แจ็ค!!” หญิงสาวทั้งสองลุกพรวดขึ้นทันทีเมื่อเห็นสาเหตุของเหตุการณ์เขามาปรากฏตัวในห้อง และใส่จริตหญิงกันทันทีทั้งๆที่หน้าตายังคงบวมบึ่งจากการกระทำของอีกฝ่าย เมื่อเห็นอีกฝ่ายเรียกชื่อของชายหนุ่มที่ตนหมายปองอย่างสนิทสนมก็ตั้งท่าที่จะลุยกันอีกครั้ง…………!!

“พ่อ….” ชายหนุ่มวิ่งเข้าไปปะคองพ่อตนเองที่ยังหงายหลังขาชี้ฟ้าอยู่ท่ามกลางอาจารย์ที่โกลาหลวิ่งไปมาพยายามช่วยอาจารย์ผู้อาวุโสแห่งฝ่ายปกครองให้ลุกขึ้นมานั่ง เขากวาดสายตาที่เคืองแค้นไปมาผ่านหญิงสาวที่กำลังเข้าสู้โหมดแม่ไม้มวยไทยอีกรอบ.. มองซ้ายมองขวาหาร่างๆหนึ่งที่สมควรจะอยู่ในห้องนี้ด้วย แต่ไม่มีมีวี่แววของใครคนนั้นที่ตอนนั้นใช้ความสามารถเฉพาะตัวหายแว้บไปจากห้องนั้นโดยง่ายในขณะที่กำลังชุลมุน..

ฝูงนักเรียนมุงพยายามเบียดเสียดกันเสนอหน้ามุดกันเข้ามาในดูเหตุการณ์ในห้องปกครองแน่นอย่างแออัดจนแทบจะเหยียบกันตาย ในขณะชายหนุ่มร้องตะโกนชื่อใครคนหนึ่งออกมาด้วยความเคืองแค้นดังแว่วออกมา….!!

“สงสัยมากันหมดทั้งโรงเรียนเลยมั้งเนี๊ยะ!” ผู้เขียนที่แอบถอยฉากออกมาจากห้องปกครองแล้วปีนขึ้นมานั่งมองเหตุการณ์บนชั้นสองของตึกตรงกันข้าม บ่นพึมพำด้วยความพอใจในขณะที่กำลังแกะห่อมันฝรั่งทอดกรอบที่แอบจิ๊กเอามาจากห้องปกครอง แล้วส่งมันเข้าปากเคี้ยวแก้มตุ่ย… แววตาแสดงความพอใจในฝูงชนที่กำลังโห่ฮาอย่างบ้าคลั่งเบื้องล่าง…

เสียงดังอย่าเคืองแค้นชายหนุ่มดังมาอีกครา…….ฝูงชนก็ยิ่งโห่ร้องสนุกสนามกับความทุกข์ของคนอื่น แหม….! มนุษย์นี่มันชอบเรื่องแบบนี้กันเสียจริงๆ รวมทั้งผู้เขียนที่กำลังมองจากมุมสูงแบบนี้ด้วยมันสุดยอดจริงๆ!!

แต่….มันก็ลำบากไม่น้อยนะนี่กว่าจะทำให้มันออกมาในรูปแบบนี้ได้ ก็ใครล่ะเป็นคนยุยงแนะนำหญิงสาวทั้งสองคนให้ชายหนุ่มพร้อมกัน….!(ก็ผู้เขียนเอง) ก็จะเป็นใครอีกที่ยุยงให้ชายหนุ่มคบหญิงสาวเป็นแฟนทีเดียวมันสองคนไปเลย….!(ก็ผู้เขียนอีกนั่นล่ะ) ก็เป็นใครกันหนอที่จัดฉากให้หญิงสาวทั้งสองมาเจอกันจนต้องวางมวย…!(ก็ฝีมือผู้เขียนอยู่ดี) แต่เรื่องของเรื่องที่ใครกันน้า……!! ที่ไปสืบจนรู้ว่าลูกชายสุดที่รักหัวแก้วหัวแหวนของอาจารย์ฝ่ายปกครองจอมโหดเรียนอยู่ที่นี่ (ก็จะใครอีกล่ะ..คงไม่ต้องเดา!!!)..

ผู้เขียนยิ้มกริ่มกับกับผลงานของตัวเองในวันนี้ที่ไม่เลวนัก…. ถึงผลที่ได้มันจะเป็นแค่การทำลายชีวิตของนักเรียนหญิงสองคนที่ตอนนี้กำลังซัดกันต่อด้วยแม่ไม้มวยไทย ได้ชายหนุ่มที่หัวเสียที่กำลังตะโกนด่าผู้เขียนอย่างเคืองแค้นและนึกเสียใจที่ทำให้พ่อเสียใจ กับอาจารย์จอมโหดที่ยังคงเป็นลมไม่ได้สติที่ฟื้นขึ้นมาเห็นลูกชายคงเป็นลมต่ออีกรอบ แถมท้ายด้วยความวุ่นวายในโรงเรียนนิดหน่อยพอทำให้โรงเรียนที่น่าเบื่อนี้ครึกครื้นขึ้นมาได้บ้าง…… แต่ผลที่ได้มันก็ไม่เลวแก้เบื่อได้ถือว่าหยวนๆ………….!!

ผู้เขียนกระโดลงจากชั้นสองของตึกเรียน แล้วโยนห่อใส่มันฝรั่งทอดกรอบที่ว่างเปล่าลงในถังขยะก่อนที่จะใช้แรงแขนส่งตัวเองขึ้นไปยืนล้วงกระเป๋ากางเกงอยู่บนกำแพงโรงเรียนอย่าง สง่างาม…. ก่อนที่จะหันไปมองทิศทางที่มีเสียงฝูงชนโห่ร้องอย่างและยิ้มมีชัย.. พอแล้วสำหรับวันนี้!!

“ขอกลับไปหามุขแกล้งคนมุขใหม่ก่อน….พรุ่งนี้ค่อยว่ากัน!!” ผู้เขียนกล่าวจบก็หันหน้าขึ้นมามองยังผู้อ่านแล้วโบกมือให้พร้อมรอยยิ้ม ก่อนที่จะใช้แรงขาดีดกายกระโดดลงไปยังอีกฟากของกำแพงโรงเรียนแล้วหายวับไปกับฝูงชนที่เดินอยู่บนถนนข้างนอก………..

“ไอ้เลว……………………………………………………!!” ท่ามกลางเสียงร้องตะโกนด้วยความคับแค้นใจอย่างยิ่งของชายหนุ่ม ที่ถูกผันแปรให้กลายเป็นเสียงหัวเราะสะใจของผู้เขียนอีกครา

 

ขอบคุณแหล่งที่มา https://my.dek-d.com…